2010/Jul/20

เนื่องด้วยข่าวคราวได้แพร่กระจายออกสู่สาธารณชนเป็นที่เรียบร้อย

ก็ถึงเวลาต้องมาน่ะเขียนบันทึกนี้สักที

อย่างน้อยก็เป็นการเล่าประสบการณ์ให้ทุก ๆ คนที่เป็นห่วงได้ฟังกันนะ ^^

---------------------------------------------------

วันจันทร์ที่ 19/7/53

ช่วงเช้าถึงสีโมงกว่า ๆ ก็อยู่ที่ ER (คือ ห้องฉุกเฉิน) ตลอด

ก็มีเคสมาเรื่อย ๆ 

ทั้งถูกตะปูตำ  ปวดท้องมาก  บลา บลา

และก็เคสที่ส่งตัวมาจากร.พ.ชุมชน

เช่น  ที่สงสัยไส้ติ่งอักเสบที่ไม่มีไข้  ไม่มีกดเจ็บที่ท้อง ฯลฯ 

((บ้าบอมาก))

อยู่กับพี่ ๆ พยาบาล  และพี่เอ staff เวชศาสตร์ฉุกเฉิน

จะหมดเวลาราชการ  ซึ่งก็คือ 16.30 เราก็ไปนั่งเล่นในห้องพักแพทย์ที่ ER กับเพื่อน intern อีก 2 คน

นั่นคือพี่หมี  กับ 1st

แล้วก็มีโทรศัพท์เข้ามา...

((ยัง ๆ ยังไม่ถึงช่วงเด็ด))

16.50

เคสแรกที่เข้ามาหลังเราลงเวรไปคือ

MCA คือ  อุบัติเหตุทางรถมอเตอร์ไซค์

เป็นผู้หญิง  หน้าผากผิวหนังฉีกเห็นถึงกะโหลก เลือดไหลทะลัก

ขาซ้ายแหลก จนเกือบจะขาด

((ใครกินอะไรอยู่ต้องขออภัย))

คนไข้ร้องโอย ๆ ตัดขาหนูเถอะ  หนูเจ็บมากจริง ๆ 

เราก็รับหน้าที่ห้ามเลือดที่หัวก่อน...  ส่วนอีก 2 คน ก็ดูแผลที่ขา  และตรวจอื่น ๆ 

((หนูยังไม่ลืม ABCD นะคะอาจารย์))

พอเริ่มโอเค  ก็ขอตัวไปดูห้องคลอด...

((จริง ๆ แล้ววันนั้นอยู่เวรสูติค่ะ))

ก็เดินออกไป

ขณะเดินไปถึงห้องคลอดก็ได้ยินเสียงไซเรนรถพยาบาลดังมาก ๆ 

ก็ไม่ได้คิดอะไร  เพราะปกติก็มีบ้างอยู่แล้ว  

ในใจก็คิดว่า  เวร 1st นี่เยินจริง ๆ เดี๋ยวดูห้องคลอดเสร็จจะแวะไปหาอีกรอบ

ห้องคลอดก็เต็มไปด้วยคุณแม่นอนเรียงรายอยู่มากว่า 12 คน

อะไรกัน  วันนี้ไม่ได้นอนแน่ตรู!!!!!!!

17.05

เสียงโทรศัพท์ที่ห้องคลอดดังขึ้น

พี่พยาบาลพูดไปว่า "ที่ห้องคลอดตอนนี้ยุ่งมาก ๆ จริง ๆ ค่ะ  ไปไม่ได้เลย"

((พี่พยาบาลอยู่เวรห้องคลอด 2 คน))

แล้ววางหูไปหันมาบอกว่า  ER โทรมาบอกว่า "ระเบิดลง" น่ะหมอ

เราก็คิดว่า  สงสัยคงคนไข้เยอะมาก ๆ ละมั้ง  เลยใช้คำว่าระเบิดลง

ก็ เลยถามพี่เค้าไปว่า  "พี่หมายถึงระเบิดจริง ๆ หรือว่าแค่คนไข้เยอะคะ"

"ระเบิดลงจริง ๆ ค่ะหมอ  เนี่ยเค้าโทรตามคนลงไปช่วย"

(+o+)

งานเข้าแล้วไง

วิ่งกระหืดหระหอบจากห้องคลอดที่อยู่ชั้น 2 ลงมาที่ ER

17.13

ภาพแรกที่เห็นคือ  พี่ ๆ ทหารมากมายอยู่ใน ER ทั้งคนเจ็บและคนที่มาส่งคนเจ็บ

และเพื่อน intern 2 คนดังกล่าวกับพี่ ๆ staff หลายคนที่มาช่วยกัน

แต่ละคนจะมีอาวุธประจำกายคือ ผ้าพลาสติก  ถุงมือ และหน้ากาก

เราก็เลยไปเอาบ้าง...ครบชุด

แล้วก็เดินไปโซนต่าง ๆ 

โซนแดง...เตียงแรกคือ  หญิงสาว MCA คนนั้นที่ต้องถูกเข็นไปแอบไว้ก่อน

เพราะว่าเข็นออกไป X-ray ไม่ทัน

เตียงต่อมามีท่านกั้น  มีพี่ staff กำลังจะใส่ ICD (คือสายที่แทงเข้าไประบายเลือดในปอด)

เราวิ่งมา ((ต้องใช้คำว่าวิ่ง  เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ต้องหาคนไข้ที่ยังไม่มีใครตรวจ))

ไปเจอคนท้องคนนึงกำลังเข็นเข้ามา  

พบว่าที่หลังมีสะเก็ดระเบิดฝังอยู่

กำลังจะตรวจก็มีพี่อีกคนวิ่งเข้ามาบอกว่า  น้อง ๆ คนนี้พี่ตรวจแล้ว

เราก็เลยวิ่ง ((อีกแล้ว)) ไปต่อ  เจอเด็ก 2 คน  กับหญิงวัยยี่สิบกว่า ๆ นอนแอบอยู่  

ก็เข้าไปถาม  

เด็กคนแรกบอกว่า  หนูเล่นกีฬาสีที่ปาเสมัสแล้วเป็นลมมาค่ะ

ก็เลยรีบตรวจดูไม่มีความผิดปกติใด ๆ สัญญาณชีพทุกอย่างดี  เลยบอกให้นอนพักก่อนนะ

เด็กคนที่ 2 บอกว่า  หนูนั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยุ่ข้าง ๆ ร้านที่ระเบิดค่ะ  

พอระเบิดเก้าอี้หนูก็ล้ม  สะโพกกระเทก

ตอนนี้หนูเจ็บตรงไหน?

ตรงนี้ค่ะ  --  พร้อมกับชี้ที่สะโพก

เราก็ตรวจดูทั่วร่างกาย  พบว่าไม่มีลักษณะกระดูกแตกหัก  ไม่บวมอะไร  ขยับได้เต็มที่  

ก็บอกว่า  "เบื้องต้นไม่มีอะไรหักนะคะ  ฟังเสียงหายใจก็ปกติดี  เดี๋ยวนอนพักดูอาการที่มุมนี้ก่อนนะ"

พอพูดจบคุณน้องก็หายใจเร็วขึ้นมาทันที  บอกว่า  หมอหนูหายใจไม่ออก...  ปวดหัวมากเลยค่ะ

เอาแล้วไง  ก็เลยฟังปอดอีกที  เคาะก็แล้ว  อะไรก็แล้ว  ก็เท่ากันดีนา...

แถมระบบประสาทก็ดีไม่มีเส้นไหนผิดปกติ

สักพักน้องก็เริ่มเกร็ง...  นี่แหละใช่เลย !!

เพื่อน ๆ คงเคยดูหนังเรื่องหมอเจ็บกันใช่ไหมคะ

แบบตอนต้นเรื่องนั่นแหละ..Hyperventilation syndrome..แน่นอน

คร้านจะเอาถุงครอบเด๋วก็โดนด่าอีก  ก็เลยให้พี่พยาบาลคนนึมายืนสอนหายใจ

ว่าแล้วก็เดินต่อไปยังเตียงหญิงสาววัยยี่สิบปี

บอกว่าเป็นอะไรมาคะ  ผู้ชายคนข้าง ๆ ก็ตอบว่า

อ๋อมีคนมาตรวจแล้ว...ให้นอนร.พ.ครับ  แฟนผมแพ้ท้อง  แต่พอกำลังจะขึ้นตึก  ระเบิดมาพอดี...

ซวยมากจริง ๆ ...  แพนน้อยคิดในใจ

เลยบอกว่า  งั้นเข็นมาไว้ที่เงียบ ๆ ดีกว่านะ  จะได้ไม่เครียดมาก  

มองคนไข้ก็สงสาร  คุณแม่แบบหน้าตาพะอืดพะอมอย่างมาก

เห้อ

ต่อมา  ก็เดินไปเจอพี่ทหารคนนึง  นอนอยู่ที่เตียงด้านโซนเหลือง

((แปลว่าคนไข้หนักรองลงมา))

ไม่มีบาดแผลใด ๆ 

คนไข้คุยกับเราได้  และบอกว่า

ผมอยุ่ในศาลาที่เกิดเหตุ  แต่ผมยืนอยู่หลังเพื่อนครับ  เพื่อนผมเลยโดนเต็ม ๆ ผมกระเด็นออกมา  ใหล่ซ้ายกระแทกพื้นครับ

อ้า...อันนี้สิค่อยเหมือนเคสทรอม่า = อุบัติเหตุ หน่อย

ก็ตรวจตามขั้นตอนไป  

สัญญาณชีพดี  การได้ยินชัดเจน 

((ที่ต้องตรวจการได้ยินเพราะอยู่ใกล้ระเบิดมากกลัวว่าแก้วหูจะมีปัญหา))

ฟังปอด 2 ข้างเท่ากันดี ((อีกละ))

ใหล่และไหปลาร้าไม่ผิดรูป  ไม่บวม  น่าจะเกิดจากกล้ามเนื้อกระแทก  กระดูกไม่น่าจะหัก

ก็เลยให้นอนพัก

เราก็เดินไปดูเคสอื่น ๆ ก็พบว่าได้มีหมอเข้าไปดูเรียบร้อยหมดแล้ว  

พี่ ๆ พยาบาลกำลังเคลียร์ญาติ ๆ ออกไปข้างนอกอยู่

ก็เดินไปรวมกลุ่มกัน  

พบว่า staff ศัลย์ที่อยู่เวร ((พี่เอ๋))  ก็กำลังอยู่ในห้องผ่าตัด

ช่วยผู้ชายที่ต้องใส่ ICD คนนั้น  เพราะว่ามีเลือดออกในท้อง

staff ศัลย์อีกคน  กำลังยืนอธิบายเรื่องอะไรสักอย่างที่พี่หมีหรือ 1st ถาม  ฟังไม่ทัน

พี่เอเดินมา...ถามว่ามีใครที่ยังมีปัญหาอีกไหม

ไม่ใช่หาเรื่อง  แต่หมายถึงว่า  ใครที่ไม่แน่ใจในการรักษาเบื้องต้นอีกไหม

พูดไม่ทันขาดคำ  ประตู ER1 ก็เปิดออก  มีเตียงเข็นมา

เห็นเด็กชักอยู่บนเปล...

เอ้า..ก็วิ่งเข้าไปดูกัน  พี่หมอเด็กมาพอดี  พี่เค้าเลยดูให้

เราก็เลยหันไปดู 2 เคสที่เราดูอยู่บ้าง...

พบว่าพี่ทหารคนนั้น  อยู่ ๆ ก็หายใจไม่ออก...เราก็เลยวิ่งไปดู  

ก็ยังตรวจร่างกายได้เหมือนเดิม  

เลยคิดว่าเครียดอีกรึเปล่านะ

ญาติ ๆ เพื่อน ๆ ทหารที่ยังไม่ได้ออกไปไหนเลยเริ่มกังวล

เราก็เลยให้ย้ายคนไข้ไปให้ออกซิเจน

ให้พี่เอมาช่วยดูก็คิดว่าไม่น่ามีปอดแตกอะไร